สวัสดีมิตรรักแฟนๆ iPhone ทั้งหลายวันนี้มีอุปกรณ์เสริมเป็นชุดฟิล์มกระจกหรือว่ากระจกกันรอยกันกระแทกสำหรับ iPhone รุ่นปี 2018 อย่าง iPhone XS, XS Max และ XR มาแนะนำให้ได้ชมกัน จุดเด่นของฟิล์มกระจก AirGlass ก็คือ ตัวกระจกนั้นบางเพียง 0.1 มม. เท่านั้นมาและมาพร้อมฟิล์มด้านหลังตัวเครื่องที่ติดได้เต็มขอบ งานจะดีอย่างที่ผมบอกไปหรือไม่ ไปชมด้วยสายตัวคุณเอง

รีวิว AirGlass ฟิล์มกระจก iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่เคยรีวิวมา เพียง 0.1 มม. เท่านั้น

แกะกล่อง AirGlass จาก PROTECTION LABS มาในกล่องกระดาษสีขาวซึ่งภายในจะมีกล่องสีดำบรรจุไว้อีกชั้น โดยอุปกรณ์ที่มีในกล่องประกอบด้วย

  • ฟิล์มกระจกแบบใส 1 แผ่น
  • ฟิล์มพลากสติกด้านหลัง 1 แผ่น
  • ชุดทำความสะอาดหน้าจอ ประกอบด้วยแผ่นแอลกอฮอล์, ผ้าไมโครไฟเบอร์สีดำ, สติกเกอร์ดูดฝุ่น 1 ชุด
  • สติกเกอร์ช่วยติดตั้ง 2 ชิ้น
  • ที่ไล่ฟองอากาศในการช่วยติด

สติกเกอร์ช่วยติดตั้งสีดำ ใช้แปะกระจกบนล่างก่อนที่จะวางลงหน้าจอให้ตรงตำแหน่ง

คุณสมบัติของ AirGlass Ultra Thin Screen Protector

  • ความบาง 0.1 มม.
  • ความแข็ง 9H (Pencil Hardness)
  • ความยืดหยุ่นสูง
  • วัสดุจากเยอรมัน
  • ทัชลื่นไม่สะดุด
  • ทนต่อรอยขีดข่วน
  • ลดรอยนิ้วมือจาการใช้งาน เช็ดทำความสะอาดง่าย
  • ไม่ลดความคมชัดของหน้าจอ

รีวิวการใช้งานฟิล์ม AirGlass

เป็นครั้งแรกที่ได้รีวิวฟิล์มกระจกที่มีความบางมากๆ ขนาดนี้ ซึ่งมันบางจนน่าตกใจเพราะตัวเลขที่ระบุอยู่บนกล่องนั้นบอกว่าบางเพียง 0.1 มม. เท่านั้น ปกติแล้วฟิล์มกระจกที่เห็นตามท้องตลาดทั่วไปความบางจะอยู่ที่ 0.3 มม. แทบจะทุกแบรนด์ ฟิล์มกระจก AirGlass นั้นทำให้คิดว่า “นี่มันฟิล์มพลาสติกหรือฟิล์มกระจกกันแน่ ทำไมมันบางขนาดนี้”

จนวันนี้ได้ลองทดสอบด้วยตนเองแล้วก็ได้รู้แล้วว่า “มันคือฟิล์มกระจกจริงๆ” เดี๋ยวจะขอไล่เป็นหัวข้อให้อ่านเลยแล้วกันจะได้เข้าใจกันง่ายๆ

ความหนาฟิล์มกระจก AirGlass ที่หน้ากล่องบอกไว้ว่า 0.1 มม.
ความหนาฟิล์มกระจกทั่วไป ที่หน้ากล่องบอกไว้ว่า 0.3 มม.

  • AirGlass เป็นกระจกกันรอยแบบใส ทั้งชิ้นไม่มีขอบดำคลุมหน้าจอแสดงผลเต็ม
  • ส่วนของฟิล์มกระจกเมื่อติดลงตำแหน่งคลุมส่วนของจอแสดงผลพอดี เหลือบริเวณขอบโค้งของจอที่จะไม่ถูกปิดทับแบบฟิล์มกระจกที่มีขอบสีดำ
  • ฟิล์มใสและบางมากติดตั้งเข้าไปแล้วลงตำแหน่งดีมาก แต่ความยากอยู่ที่ต้องวางให้ตรงและต้องระวังเรื่องฝุ่นให้มาก แนะนำให้ร้านติดให้จะดีกว่าครับ
  • ฟิล์มกระจกมีความยืนหยุดสูงดูดซับแรงกระแทกได้ดีระดับหนึ่ง
  • ฟิล์มกระจกไม่บดบังการแสดงผลของหน้าจอ ขอบฟิล์มบางไม่คมและไม่บาดมือ
  • ระบบสัมผัสลื่นดีทัชใช้งานได้ดีปกติ
  • ใช้งานกับ Face ID และกล้องหน้าได้ปกติ
  • ลดรอยนิ้วมือเช็ดทำความสะอาดง่าย
  • ใช้งานร่วมกับเคสได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ไม่มีปัญหาเคสดันฟิล์มอย่างแน่นอน
  • ความแข็งแรงถือว่าดีได้มาตรฐาน ทดสอบกรีดด้วยคัตเตอร์และกุญแจ กระจกไม่เป็นรอยและไม่แตก หน้าจอ iPhone ยังคงใช้งานได้ตามปกติไร้รอยขีดข่วน
  • ฟิล์มด้านหลังติดได้เต็มแผ่นรวมถึงขอบโค้งด้วย ฟิล์มใส หนา เหนียว กันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม
  • ทดสอบด้วยเครื่องมือพิเศษ Mohs’ Hardness Test Kit พบว่าฟิล์มนี้เป็นรอยที่ระดับ 8 (มีดคัตเตอร์ความแข็งระดับ 5.5 เท่านั้น) ซึ่งเทียบเท่ากับฟิล์มกระจกแบบเต็มจอที่มีความหนามากกว่า จึงทำให้ยืนยันความแข็งแขงของฟิล์มกระจก AirGlass นี้ได้

Mosh Scale

สรุป

ภาพรวมของฟิล์มกระจก AirGlass Ultra Thin Screen Protection ถือว่าจัดอยู่ในระดับดี บางจริงตามที่บอกไว้ ส่วนการวัดได้ 0.29 mm (กระจก 0.1 mm)เป็นความหนารวมระหว่าง กระจก+กาวและสารเคลือบ ซึ่งบางกว่า ฟิล์มกระจกทั่วไปที่วัดความหนารวมได้ 0.57 mm (กระจก0.3 mm) เลยทีเดียว

ความแข็งแรงในเรื่องกันรอยขีดทำได้ดีตามระดับมาตรฐานทนทั้งมีดคัดเตอร์ กุญแจและของแข็งอื่นๆ มั่นใจได้ว่าจอจะไม่เป็นรอย ส่วนที่ต้องคำนึงก็เป็นส่วนขอบโค้งของหน้าจอที่ฟิล์มไม่คลุมบริเวณนี้เท่านั้น ถึงแม้ว่าจะใช้ติดฟิล์มกระจกนี้ยังไงทีมงานก็แนะนำให้ใช้งานร่วมกับเคสกันกระแทกจะเป็นการดีที่สุดครับ

ประทับใจที่สุดก็เรื่องความบางของฟิล์มกระจกติดแล้วมันบางเหมือนไม่ได้ติดเลยถ้ามองผ่านนี่จะไม่เห็นเลย ส่วนฟิล์มหลังเองถือว่าใจดีมากๆ ให้ฟิล์มแบบเต็มแผ่นมาให้แถมคลุมส่วนโค้งด้วย หากมองเรื่องจุดด้อยก็คงเป็นกระจกที่ไม่เต็มถึงส่วนโค้งของจอ ควรใส่เคสกันกระแทก และเรื่องของการติดตั้งฟิล์มหลังเอง อาจจะต้องระวังและใช้ความชำนาญสักหน่อยนะครับ ฟิล์มกระจกชุดนี้ถือว่างานดีเลยแหละ

ราาคาและสถานที่จำหน่าย

AirGlass มีให้เลือกสำหรับหลายๆ รุ่น

  • ราคา 990 บาท ในรุ่น iPhone XS Max, XR
  • ราคา 890 ในรุ่น iPhone XS, X
  • ราคา 790 ในรุ่น iPhone 6 Plus, 7 Plus, 8 Plus
  • ราคา 690 ในรุ่น iPhone 6, 7, 8

สอบถามและซื้อสินค้าได้ที่

Facebook Comments