Blog Post

ทำไมถึงควรซื้อ Galaxy S10 มากกว่า Galaxy S10+ และ Galaxy S10e
Android

ทำไมถึงควรซื้อ Galaxy S10 มากกว่า Galaxy S10+ และ Galaxy S10e 

หลังจากที่ Samsung เปิดตัวสมาร์ตโฟนตระกูล S10 มาได้ไม่นาน หลายคนอาจจะให้ความสนใจกับ Galaxy S10+ รุ่นท็อปและ Galaxy S10e ที่เป็นรุ่นประหยัดกันมากกว่า จนลืมไปว่า Galaxy S10 ก็มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่เช่นกัน และวันนี้เราจะมาชมรีวิวคร่าวๆ ว่า Galaxy S10 มีจุดเด่นตรงไหนบ้าง ทำไมถึงน่าซื้อ

การรีวิวมาจากทีมงาน The Verge ที่ทดสอบใช้งาน Galaxy S10 และแสดงความคิดเห็นหลังการใช้งาน เมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy S10+ และ Galaxy S10e เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ Galaxy ตระกูล S10

ทำไมถึงควรซื้อ Galaxy S10 มากกว่า Galaxy S10+ และ Galaxy S10e

ในปี 2019 นี้ Samsung ได้เปิดตัว Galaxy ตระกูล S10 มาด้วยกันถึง 4 รุ่น ได้แก่ Galaxy S10+, Galaxy S10, Galaxy S10e และ Galaxy S10 5G (ยังไม่วางจำหน่าย) ที่มีสเปคแตกต่างกัน หลายคนที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้ออยู่อาจจะคิดหนักว่า จะเลือกรุ่นไหนดีระหว่างรุ่นท็อปกับรุ่นประหยัด โดยมองข้าม Galaxy S10 ที่เป็นรุ่นกลางไป

แต่ก่อนตัดสินใจซื้อ เรามาชมกันก่อนว่า Galaxy S10 นั้นมีจุดที่น่าสนใจจุดไหนบ้าง และทำไมถึงเป็นตัวเลือกที่น่าซื้อมากกว่า Galaxy S10+ และ Galaxy S10e

ขนาดของหน้าจอ ตัวเครื่อง และคุณสมบัติ

Galaxy S10 มีความบางของตัวเครื่องเท่ากับ Galaxy S10+ แต่ขนาดหน้าจอและตัวเครื่องแตกต่างกัน โดยหน้าจอ Galaxy S10 มีขนาด 6.1 นิ้ว ส่วน Galaxy S10+ มีขนาด 6.4 นิ้ว ซึ่งถ้าวัดจากความกว้างของตัวเครื่องแล้ว Galaxy S10+ กว้างกว่า 4 มม. และถ้าวัดจากความยาว Galaxy S10+ จะยาวกว่า 8 มม.

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ Galaxy S10 เป็นสมาร์ตโฟนที่มีขนาดพกพา สามารถจับถือถนัดมือกว่า Galaxy S10+ ที่มีขนาดใหญ่ เก็บใส่กระเป๋าได้สะดวก จับใช้งานมือเดียวได้ง่าย รวมถึงการกดปุ่มด้านข้างก็สามารถทำได้สะดวกกว่า Galaxy S10+ เนื่องจากปุ่มอยู่ต่ำกว่า

นอกจากจะพกพาสะดวกแล้ว คุณสมบัติและเทคโนโลยีของหน้าจอ Galaxy S10 และ S10+ ยังใช้ตัวเดียวกันอีกด้วย โดยใช้หน้าจอ Dynamic Amoled แสดงสีสัน 100% รองรับ HDR 10+ และที่สำคัญคือสแกนนิ้วบนหน้าจอได้ด้วยเทคโนโลยี Ultrasonic ชมจุดเด่นอื่นๆ ของหน้าจอ Dynamic Amoled เพิ่มเติม

แต่ผู้รีวิวก็ยังพบปัญหาการสแกนนิ้วมืออยู่บ้าง เมื่อติดฟิล์มกระจกบนหน้าจอ การสแกนนิ้วมือทำได้ค่อนข้างยาก ต้องนำฟิล์มออกถึงจะสแกนได้ดีขึ้น แต่ก็ยังคงช้ากว่าการสแกนนิ้วมือใน Galaxy S9 อยู่ดี ผู้รีวิวมองว่าการสแกนใบหน้าบน iPhone ตระกูล X ยังคงทำได้สะดวกมากกว่า

และถ้าหากเทียบกับ Galaxy S10e ที่มีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว การแสดงผลก็อาจจะเล็กเกินไป สำหรับการรับชมวิดีโอ การเล่นเกม หรือการรับชมมีเดียอื่นๆ รวมถึงไม่สามารถสแกนนิ้วบนหน้าจอได้

หน่วยประมวลผล

ใน Galaxy S10 และ S10+ นี้ Samsung ได้ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 และ Exynos 9820 ที่ทำงานรวมกับ RAM ความจุที่ค่อนข้างเยอะ ใน Galaxy S10 มี RAM 8 GB และ Galaxy S10+ มีให้เลือกระหว่าง 8 GB กับ 12GB ซึ่งทำให้การใช้งานไหลลื่นมากขึ้น

ซึ่งใน Galaxy S10 ก็สามารถใช้งานได้ไหลลื่นไม่แพ้ Galaxy S10+ เลยทีเดียว แน่นอนว่าการใช้งานประจำวัน การทำงานแบบ Multitask รวมถึงการสลับเปลี่ยนใช้งานแอปภายในเครื่องรวดเร็วและไม่มีสะดุด ผู้รีวิวก็ได้รับประสบการณ์การใช้ Android ที่ราบรื่นทั้ง Galaxy S10 และ S10+

ความจุแบตเตอรี่และการใช้พลังงาน

Galaxy S10+ มีความจุแบตเตอรี่ 4,100 mAh ส่วน Galaxy S10 มีความจุแบตเตอรี่ 3,400 mAh ซึ่งต่างกันประมาณ 17% และแน่นอนว่า Galaxy S10+ สามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่า

แต่ความจุ 3,400 mAh ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับการใช้งานในแต่ละวัน เพราะผู้รีวิวสามารถใช้ Galaxy S10 อย่างหนักได้นานตลอดวัน ถึงแม้จะไม่ถึง 2 วันเหมือน Galaxy S10+ ก็ตาม และการชาร์จ Galaxy S10 ก็ไม่ต้องรอนานอีกด้วย เนื่องจากรองรับ Fast Charge เหมือนกันและมีแบตเตอรี่มีขนาดเล็กกว่า

และถ้าหากเทียบกับ Galaxy S10e ก็คงจะเทียบกันแทบไม่ได้ เนื่องจากมีรายงานว่า Galaxy S10e หมดไวมากๆ

กล้องถ่ายรูป

กล้องหลังของ Galaxy S10+ และ Galaxy S10 มี 3 ตัว และมีสเปคเดียวกันทั้งหมด สามารถถ่ายรูปได้สวยคมชัดเหมือนกัน มีเทคโนโลยีหน้าชัดหลังเบลอ การถ่ายภาพแบบ Ultra Wide และการถ่ายวิดีโอ Slo-mo ระดับเทพ

สิ่งที่แตกต่างของ 2 รุ่นนี้ก็คือกล้องหน้า Galaxy S10 มีกล้องหน้าเพียง 1 ตัวเท่านั้น ส่วน Galaxy S10+ มีกล้องหน้า 2 ตัว แต่ทั้ง 2 รุ่นก็ยังคงถ่ายภาพโหมด Portriat ด้วยกล้องหน้าอย่างสวยงามเหมือนกัน พูดง่ายๆ คือแทบจะไม่เห็นความแตกต่าง และกล้องเดียวบนหน้าจอ Galaxy S10 ยังช่วยให้พื้นที่การแสดงผลดูกว้างขึ้นอีกด้วย

ส่วน Galaxy S10e มีกล้องหลัง 2 ตัว และกล้องหน้า 1 ตัว ไม่สามารถถ่ายภาพแบบ Ultra Wide ได้

สรุป

ด้วยความที่ Galaxy S10 อยู่กึ่งกลางระหว่าง Galaxy S10+ และ Galaxy S10e จึงทำให้รุ่นนี้ไม่เป็นที่น่าสนใจมากนัก แต่สำหรับคนที่ชอบความกระทัดรัดถนัดมือ เน้นการใช้งานประจำวันทั่วไป Galaxy S10 ถือเป็นตัวเลือกที่ดี

Galaxy S10 เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นกลางที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ด้วยคุณสมบัติและการทำงานแทบจะเทียบเท่ากับรุ่นท็อปอย่าง Galaxy S10+ แต่ได้ประหยัดเงินอีกประมาณ 4,000 บาท

แต่สำหรับคนที่ชอบหน้าจอใหญ่ ก็คงต้องก้าวข้ามไปซื้อ Galaxy S10+ ซึ่งแน่นอนว่าค่ายมือถือก็ได้จัดโปรลดราคา จับต้องได้ ก็อาจจะคุ้มค่ามากกว่า ส่วนคนที่ต้องการสมาร์ตโฟนหน้าจอเล็ก สเปกกลางๆ ราคาประหยัด Galaxy S10e ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี (แต่ต้องระวังเรื่องแบตเตอรี่)

ข้อมูลการรีวิวทั้งหมดนี้ เป็นเพียงความเห็นส่วนหนึ่งจากทีมงานที่ใช้งาน Galaxy ตระกูล S10 เท่านั้น ส่วนการเลือกซื้อก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความพึงพอใจของแต่ละคนนะคะ

ขอบคุณ theverge

Related posts